เที่ยว Chengdu

DSCF6857

ช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา ไปเมืองจีนมัน 4 หนละ จนเพื่อนถามว่าตอนนี้เธอติดใจเมืองจีนแล้วสินะถึงได้ไปบ่อยขะน้าด

ใครถามก็ตอบความจริงไปว่า…ยังแอบหยอง (ห้องน้ำ) และมารยาทที่พี่จีนเขาไม่ค่อยมีเท่าไรเหมือนเดิมนั่นแหละ แต่เนื่องจากเราทำวีซ่า multiple ไว้(งก) แถมฮ่องกงอยู่ใกล้เมืองจีนจึ๋งเดียว การจะไปเที่ยวแค่ 3-4 วันมันง่าย ไม่เสียเวลาเดินทางมากด้วย (รอบนี้เราไป 5 วัน 4 คืน / แบ่งพักในเมือง 2 คืนและพักแถวเขาชิงเชง 2 คืน)

หารู้ไม่ว่า..ทริปไปเที่ยวเฉิงตู หรือ Chengdu ครั้งนี้ จะเปลี่ยนระบบความคิดของเรา ที่มีต่อคนจีนไปได้เยอะมาก ไม่เชื่ออย่าลบหลู่บอกเลย อ่านไปเรื่อยๆ แล้วอาจจะอินเหมือนเรา

การเดินทางไปเฉิงตู
จากฮ่องกงใช้เวลาแค่ 1.45 ชม.เอง
จากเมืองไทยมีบินตรงจากกรุงเทพโดย Thai Airways, Sichuan air, China Eastern และ Orient Thai ใช้เวลาเดินทาง 3.10 ชม.

จากสนามบินเข้าตัวเมือง:
ไปถึงก็เกือบ 3 ทุ่มละเลยขี้เกียจหาวิธีประหยัดอื่นๆ ตัดสินใจนั่งแท็กซี่ราคาอยู่ที่ 100 RMB
พอออกจากตัวอาคาร คิวแท็กซี่จะอยู่ด้านขวามือ เป็นแท็กซี่เขียวที่คนขับพูดอังกฤษไม่ได้ อาศัยเอาที่อยู่ภาษาจีนให้ดูเอา แต่นิสัยพวกเขาประเสริฐเลิศเลอแตกต่างจากแท็กซี่สนามบินไทยล้านเท่า!!! เก็บตังตามมิเตอร์ไม่มีโกง ไม่มีตุกติก ไม่มีทำหน้าแย่ๆ ใส่ ขอไหว้พี่แท็กซี่เฉิงตู (จะว่าไปแท็กซี่เมืองจีนที่เจอมา ไม่มีคนไหนไม่ดีเลยนะ ดีทุกคน! เก็บตังตามมิเตอร์ทุกคน ยิ้มให้เราทุกคน น่ารักมากๆ เลย)

การเดินทางในเมือง
ถ้าไปไหนไม่ไกลมาก เราจะเลือกนั่งแท็กซี่ มิเตอร์สตาร์ทที่ 5 RMB และคนขับไม่เคยเก็บเกิน ไว้ใจได้
หรือ
รถไฟฟ้าใต้ดิน ที่ใหม่มาก สะอาดวาววับ คนใช้งานเป็นระเบียบสุดๆ ไม่แออัด ไม่มีกลิ่นตุ่ยๆ เหมือนรถใต้ดินในปักกิ่ง ระบบการซื้อตั๋วด้วยเครื่องเลิศเลอมาก มีภาษาอังกฤษและมีเงินทอนเป็นแบงก์ได้ด้วย! ระบบบัตรแตะขาเข้า ส่วนขาออกให้เครื่องกลืนบัตรไป ราคาเริ่มต้นงดงามมากคือ 2 RMB (เรานั่งยาวสุด5 สถานีก็ยังราคานี้)

ถ้าใครแวะเข้ามาบล็อกนี้เพราะอยากรู้ว่า ถ้า ไปเฉิงตูแล้วมีอะไรให้เที่ยวบ้าง? มาเที่ยวพร้อมกับครอบครัวตัวพีกัน บล็อกนี้จะเขียนเป็นข้อๆ ไว้ เขียนรายละเอียดแต่ละอันเสร็จเมื่อไร จะเอาลิงก์มาแปะอีกที ปล.เราไปไม่ครบทุกที่ และไม่ได้ไปที่ไฮไลต์ตามบ.ทัวร์เขาไปนะ

13087364_10208133984680581_2363186215355709631_n

1. อันดับ 1 คือ “มาดูแพนด้า!” เพราะนี่คือเมืองหลวงแห่งแพนด้า ประชากรแพนด้ากว่า 70% ของเมืองจีนอยู่ที่นี่ มีศูนย์เพาะพันธุ์และวิจัยแพนด้าให้เลือกดูตั้ง 3 แห่ง ดังนั้นเป็นไฮไลต์อันดับ 1 ที่ทำให้ครอบครัวตัวพี ตัดสินใจมาเฉิงตูเลยก็ว่าได้ มีแพนด้าอวบๆ ให้ดูเยอะจนยิ้มแป้นได้ทั้งวัน ใครยอมกัดฟันจ่ายตังเพิ่ม (ราวๆ 1200 RMB/คน) ก็จะได้เข้าไปอุ้มลูกแพนด้า + ถ่ายรูปแบบโคลสอัพ!!! แต่พวกเราใจยังไม่ถึงพอจะทิ้งเงินหมื่นกว่า(สำหรับ 2 คน) เพื่อการได้ชื่นชมแพนด้าแค่ 20 นาที

DSCF6701

2. “อาหารเสฉวน” ครอบครัวอื่นอาจอยากเลี่ยง แต่ครอบครัวตัวพีวิ่งพุ่งชนอาหารเสฉวนด้วยดวงตารูปหัวใจแวววาว เพราะติดใจรสเผ็ดจนลิ้นชา ยิ่งชายิ่งกิน ยิ่งกินยิ่งชอบ จนจุดชนวนมาสู่ทริปกินอาหารเสฉวนแบบออริจิในเมืองเฉิงตู เพราะที่นี่คือเมืองหลักในมณฑลเสฉวนนั่นเองจ้า (ในรูปคือ hot pot 9 ช่อง ที่เพื่อนสาวคนจีนแนะนำร้านมา) ก่อนไปถามเพื่อนสาวชาวจีนว่า นี่เธอคนเค้ากินเผ็ดกันตั้งแต่เช้าเลยเหรอ…และเธอก็ตอบว่าใช่จ้ะ ตอนนั้นเรายังเผื่อใจเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง ปรากฎ…เขากินเผ็ดกันตั้งกะมื้อเช้าจริงฟร่ะ

DSCF6563

3. “วัดเวนชู”เป็นวัดเก่าแก่ สร้างสมัยราชวงศ์ซ่ง ก่อนคริสตศักราชราว 600 ปี เคยผ่านการไฟไหม้และบูรณะขึ้นใหม่จนบัดนี้สวยงาม ภายในมีเหมือนรร.สอนพระพุทธศาสนาสำหรับเด็กๆ มี tea house ด้านหน้าและร้านอาหารมังสวิรัติจำหน่ายด้วย ค่าเข้าราว 5 หยวน แต่เราเหมือนเดินดุ่มๆ เข้าไปผิดประตูเลยไม่มีการเก็บตัง (เลยตามเลย)

ทีอยู่ภาษาจีน 成都市青羊区文殊院街66号
ที่อยู่ภาษาอังกฤษ Qingyang District, Wenshu Road #66
เวลาเปิด-ปิด: 6:30am – 5:30pm

DSCF6621

4. “ถนนคนเดิน” ขาดไม่ได้อย่างยิ่งสำหรับการมาเที่ยวเฉิงตู นอกจากจะได้มาช้อปของที่ระลึกในบ้านเก่าที่เค้าอนุรักษ์สวยๆ ได้บรรยากาศจีนๆ แล้ว ยังได้เห็นอะไรแปลกหูแปลกตา ทั้งอาหารเสฉวนในถ้วยกระดาษใบเล็กที่เอาทุกอย่าง เช่นเต้าหู้ เนื้อสัตว์ เยลลี่ถั่วมาโปะด้วยซอสพริกเสฉวนแล้วใช้ไม้จิ้มกันหน้าตาเฉย หรือข้าวอบสับปะรดขนาดจิ๋วนึ่งกันควันกรุ่นๆ เนื้อสัตว์แล่บางๆ เสียบไม้แล้วแช่ในน้ำพริกเสฉวนเป็นต้น (อาหารปกติก็มี) ที่สำคัญขาดไม่ได้เลยคือการยืนดูเค้า “แคะขี้หู” กันริมทาง คนแคะใส่แว่นขยาย ติดไฟ head lamp เอาจริงเอาจัง มีการใช้ระบบสั่นระฆังเพื่อทำให้ขี้หูลึกๆ ร่วงกราวลงมา คนเฉิงตูมีบริการแคะขี้หูกันมากมาย ประหนึ่งคนไทยมีบริการนวดฝ่าเท้าริมทางแบบนั้นเลย (ในรูปเป็นถนนคนเดินที่ Kuanxiangzi Alley)

DSCF6663

5. “บ้านกวีตู้ฝู” อันนี้เป็นม้านอกสายตา เพราะตอนแรกกะจะไปวัดเก่าแก่ที่นึง ซึ่งเรียกแท็กซี่ 2 คันแล้วก็ไม่มีใครยอมไป เลยเดาเอาว่าแถวนั้นรถติดหนักมาก (เนื่องจากเป็นวันหยุดแรงงานเมืองจีน) เลยเปลี่ยนแผนใช้บริการรถไฟฟ้าใต้ดิน แล้วเดินต่ออีกนิดหน่อยก็ถึงที่นี่ และดีใจที่มาเพราะบ้านท่านกวีตู้ฝูร่มรื่น เดินเพลินมาก (เป็นกวีเอกชั้นครู คล้ายท่านสุนทรภู่) เดินไปก็เคลิ้มไปว่าอยากมีสวนแบบบ้านท่านจัง ถ้ามีสวนแบบนี้เราคงเขียนงานเพลินมือมาก (ว่าไป๊)

DSCF6911

6. “เดินเขาชิงเชง” เป็นอีก 1 เป้าหมายหลักในทุกทริปของบ้านครอบครัวตัวพี คือถ้าขาดการเดินเขา การอนุมัติงบจะเริ่มมีปัญหา ตัวพ่อมันจะงอแงและเริ่มค้นกูเกิลหาว่ามีเขาไหนอยู่ใกล้พอจะไปเดินได้บ้าง ถ้าเจอเขาสักลูกก็จะรีบเซ็นเช็คเบิกจ่ายอย่างราบรื่นด้วยดี ถ้าไม่มีก็ต้องโต้วาทีกะแม่มันละ ว่ามีอะไรที่สามารถทรมานสังขารคล้ายๆ กันในทริปได้ไหม…(เออ เอากะเขาสิ)
เขาชิงเชงอยู่ห่างจากตัวเมืองเฉิงตูราวๆ 1 ชม.ด้วยรถยนต์ (แต่ถ้าวันหยุดราชการ เตรียมไว้เลย 2 ชม.) เป็นจุดหมายของนักท่องเที่ยวโลคัลเยอะมากๆ ในวันหยุด เพราะเดินง่าย เป็นบันไดทั้งหมด สะอาด สะดวก มีอาหารเป็นจุดๆ ตลอดทาง ป่าอุดมสมบูรณ์ร่มรื่น เย็นสบาย บอกเลยว่าเราประทับใจคนจีนมากจากการเดินป่าครั้งนี้ ตัวเขาแบ่งเป็น 2 ส่วนคือ Front mountain กับ Back mountain แต่คนไปครั้งแรกและมีโอกาสเดินครั้งเดียวจะเลือก Front มากกว่า เพราะมีวัดให้เห็นเยอะกว่า

การเดินทางมาเขาชิงเชงทำได้ 2 แบบคือนั่งรถไฟ ซึ่งประหยัดและไม่ได้ช้าอะไรเลย
หรือจะนั่งแท็กซี่ (สำหรับคนจองตั๋วรถไฟไม่ทัน ในวันหยุดราชการเขา!) ค่าโดยสารอยู่ที่ 380 RMB (นั่งได้ 4 คน)

DSCF6729

7. “Six Senses Qing Cheng mountain” ถ้าขาดที่นี่ไป ความชิลล์ของการไปเฉิงตูคราวนี้คงลดลงไปเยอะ เราใช้เวลานอนอืด เดินดูสวนผักออแกนิก กินอาหารอร่อยๆ อยู่ที่นี่กัน 2 คืน อากาศดีมากๆๆ และอาหารที่นี่ก็อร่อยมาก พนักงานน่ารักบริการเลอค่ามาตรฐานซิกเซนส์ ตัวรีสอร์ทอยู่ติดกับทางเดินขึ้นเขา Qing Cheng เลยค่ะ

ส่วนในเมืองเฉิงตู เราพัก Holiday Inn แบบมีอาหารเช้า ซึ่งแนะนำให้กินอาหารเช้าที่โรงแรมไปเลย เพราะอร่อยไม่หนอนหนู ห้องสะอาด บริการเหมาะสมกับราคา เป็นอีกรร.ที่แนะนำเพราะหาข้อไม่ดีไม่ได้

DSCF7087

8. “ของที่ระลึกจากเฉิงตู” จะเป็นอะไรไม่ได้นอกจาก ผลิตภัณฑ์แพนด้าทั้งหลายตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า และของใช้ในบ้านทั้งจำเป็นและไม่จำเป็น ราคาก็ไม่แพงเลย หาซื้อได้ตามร้านด้านนอกหรือที่สนามบินก็มีขาย นอกเหนือจากนั้นคือ “พริกเสฉวน” รูปแบบต่างๆ ทั้งหมักกับถั่ว ใส่เต้าเจี้ยว ใส่งา แบบพริกแห้งสารพัดรูปแบบ อีกอย่างนึงก็คือ “เนื้อแห้ง” หรือ beef jerky ที่มีขายกันเยอะเลย

IMG_0583

9. “นั่งแท็กซี่แพนด้า” ถ้าอยู่แต่ในเมืองจะไม่ได้นั่งแท็กซี่แพนด้า เพราะพวกเขาจะวิ่งละแวกเขา Qing Cheng เท่านั้น! ดังนั้นถ้าตัดสินใจมาเดินเขา ก็จะได้เห็นแท็กซี่คิวท์ๆ เหล่านี้ คนที่มาเขาชิงเชงแล้วจะนั่งแท็กซี่ไปสนามบิน ค่าโดยสารอยู่ที่ 380 RMB เดินทาง 1 ชม.
ลุงเสื้อชมพูนั่นคือคนขับของเราเอง แกน่ารักมาก พูดอังกฤษไม่ได้หรอก แต่ยิ้มให้ตลอด เอาที่บังแดดมาบังกระจกด้านเราให้ ขับสบายจนพวกเราเผลอหลับกันไปหลายรอบ ภาพนี้คือปั๊มแก๊สของแท็กซี่ เค้าจะมีกฎว่าระหว่างเติมแก๊สให้ทุกคนลงจากรถให้หมด ซึ่งจะมีที่นั่งพักสำหรับผู้โดยสารให้ด้วย แต่…มันคือที่นั่งสูบบุหรี่!!!! คือเห็นครั้งแรกแล้วสยองเลยค่ะคุณพี่ คุณเอาที่นั่งสูบบุหรี่มาวางไว้หน้าปั๊มแก๊สห่างกันแค่ไม่ถึง 5 เมตร!!!! (แต่คิดในใจ บ้านเราก็มีขายบะหมี่เกี๊ยวกันในปั๊มน้ำมันนี่หว่า เออ ตามนั้น)

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s