เที่ยวปักกิ่ง: The Forbidden City

IMG_9079
the Forbidden City

โอดครวญไว้ในบล็อกเก่าๆ (รึเปล่านะ?) ว่าไปปักกิ่งหนก่อน ดั๊นนนตรงกะวันชาติจีนพอดี ความประเหมาะเคราะห์(ไม่)ดี อันนี้เองทำให้เราไม่สามารถเข้าชมพระราชวังต้องห้ามได้ เนื่องจาก…ตั๋ว 8 หมื่นใบหมดตั้งกะ 8 โมงครึ่ง!!!!!

อนิจจา…นึกสภาพสองหนุ่มสาวไทย ตื่นมาแต่งหน้าทาปากแต่เช้า ก้าวออกจากโรงแรมตอน 8 โมง เพื่อที่จะไปลอยคอตามกระแสมนุษย์ตั้งแต่จุดลงแท็กซี่ บีบตัวผ่านด่านตรวจกระเป๋าและร่างกายไปจนถึงประตูวังด้านใน ด้วยเวลากว่า 30 นาทีจากปกติ 10 นาที เพื่อที่จะพบว่า….บัตรหมด! ฮืออออออ T^T)

ตอนหลังมาคุยกับพนักงานที่รร. ถึงรู้ว่า คนจีนจะไปเที่ยวพระราชวังต้องห้ามกันในวันชาตินี้เยอะที่สุด! (ความจริงอันโหดร้าย เอ้าโน้ตกันไว้นะว่าอย่ามาตรงวันหยุดชาติจีน!) แต่ให้ทำไงได้ คุณบูทำงานฮ่องกงซึ่งมีวันหยุดตรงกับจีนแผ่นดินใหญ่ เขาหยุดเราก็หยุด ดังนั้นพอเขาไปเที่ยวเราก็เลยอดเที่ยว เอวัง…

ดังนั้นคราวนี้ จึงถือเป็นนัดล้างตาพระราชวังต้องห้าม เราวางแผนอย่างดีด้วยการให้ที่รร.จองตั๋วออนไลน์ให้ก่อน (คนละ 60 หยวน) เจ้าของที่พักก็น่ารักมาก ใช้บัตรเครดิตเค้าจองให้แล้วเราจ่ายเงินสด พอไปถึงก็ไม่ต้องไปต่อคิวซื้อตั๋วตามเคาน์เตอร์ปกติ แต่ไปที่เคาน์เตอร์หมายเลข 32 เพื่อรับเอกสารขนาด A4 ใช้เข้าวังได้เลย (ไม่ได้เป็นตั๋วสวยๆ อะ เสียใจ) แต่จะบอกว่าอะไรรู้ไหม…ถ้าไม่ใช่วันชาติแล้ว มาซื้อตั๋วที่วังได้เลยมันสะดวกมากๆ!

DSCF6270.JPG
คิวขายตั๋วหน้าวัง ไม่วุ่นวายอย่างที่กลัว

ถ้าใครเคยไปวังต้องห้ามเมื่อ 15-20 ปีก่อน…สภาพปัจจุบันต่างจากอดีตอย่างสิ้นเชิงโปรดวางใจได้ คือจริงๆ เราก็ไม่เคยไปเมื่อ 20 ปีก่อนหรอกนะ แต่บังเอิญได้คุยกับคุณป้าเจ้าของห้องที่เราเช่าอยู่ในฮ่องกง แกเกษียณแล้วเลยว่าง ไปตามนิทรรศการและสัมมนาต่างๆ รวมถึงเที่ยวครุซสุดหรูกับเพื่อนๆ (หึ…เงินค่าเช่าพวกฉันทั้งนั้นสินะ T^T)

นั่นแหละ…แกบอกว่าครั้งนึงเคยไปฟังคิวเรเตอร์จากวังต้องห้าม เดินทางไปโปรโมทที่ฮ่องกง เล่าให้ฟังว่าช่วง 15-20  ปีที่ผ่านมามีการเปลี่ยนแปลงหลักๆ หลายอย่างในวังต้องห้าม เช่น

1.ระบบการขายตั๋วที่ดีขึ้นมาก มีช่องขายตั๋วบานเบอะ ต่อคิวไม่เกิน 10 นาทีก็ได้แล้ว แถมมีระบบออนไลน์อำนวยความสะดวกล่วงหน้าอีกต่างหาก (อันนี้เห็นด้วยว่าดีจริงๆ)
2.บรรดาวังทั้งเล็กและใหญ่ ได้รับการบูรณะสวยงาม (ทาสีสดใหม่จนเรารู้สึกไม่ค่อยอินในบางจุด)
3.มีการนำของชิ้นเล็กชิ้นน้อย (ที่ยังไม่ถูกขนไปไต้หวัน) มาจัดแสดงนิทรรศการตามวังต่างๆ
4.เปิดให้เข้าชมวังเล็กๆ หลายๆ วังที่ก่อนหน้านี้เคยปิดตาย
5.มีพนักงานมาเก็บทำความสะอาดตลอดเวลา ดูดีงามมาก (แค่ระวังคนขากถุยทะนั้นแหละ)

DSCF6289
the Forbidden City, Beijing, China.

สิ่งที่ไปแล้วรู้สึกได้เลยก็คือ “ห้องน้ำดีงามมากกกกก” ให้ 5 ดาวเลอ! นอกจากจะมีรถห้องน้ำจอดตามจุดต่างๆ เพื่ออำนวยความสะดวกแล้ว เดี๋ยวนี้เขาติดตั้งระบบ “ชักโครกอัตโนมัติ” แล้วคร่าาา แม้ส้วมจะยังเป็นแบบนั่งยองแต่ฉันไม่ติดใจ ขอแค่มันไม่มีกลิ่นและสะอาดพอจะหย่อนร่างลงไปก็เพียงพอ …. เพียงแค่ว่า… ถ้าเขาจะซ่อมกลอนประตูให้ใช้การได้สักนิด จะถูกจริตกว่านี้ …ประตูห้องน้ำที่เราเข้ามันดันล็อกไม่ได้ แต่ฟ้ายังเป็นใจ ประทานพนักงานวังมาเข้าห้องน้ำพอดี นางเลยช่วยจับให้ ทว่ากลางทางนั้นเองนางเมาท์เพลิน นางเผลอปล่อยมือจากประตูจนมันแง้มออกมาาาาาาฮืออออออออ…จะรออะไรคะ ยัยเอ๋ก็กรีดร้องขึ้นมากลางห้องน้ำ เป็นที่สงสัยของชนชาวจีนที่มายืนรอต่อคิว แต่สุดท้ายทุกอย่างก็ผ่านพ้นไปด้วยดี พอออกมาได้ก็ขอบอกขอบใจพนง.นางนั้นเป็นการใหญ่ โล่งสบายแคร์ฟรีฝุดๆ

เทคนิคอยากแนะนำ – เอาขนม อาหาร น้ำดื่มติดตัวเข้าไปด้วย
เนื่องจากวังใหญ่มาก อาจจะใช้เวลาเดินนาน อย่างพวกเราเดินครอบคลุมพื้นที่ราว 90% ก็ใช้เวลาประมาณ 5 ชม. ตอนแรกนึกว่าน่าจะมีร้านอาหารหรือขนมแบบพอกินได้ ปรากฎ…จุดขายขนมมีแยะจริง แต่ขายของเหมือนกันหมดทุกจุด! แถมเป็นขนมที่…เห็นแล้วความหิวหด และ made in China แทบทั้งนั้น แต่สุดท้ายเราหิวจนทนไม่ไหว เลยซื้อสาหร่ายทอดยี่ห้อ bibigo ของเกาหลีมากินก็พอประทังชีวิตไปได้

 

DSCF6269
the Forbidden City

สิ่งนึงที่อยากแนะนำ คือให้เช่า Audio Guide เข้าไปด้วย มีภาษาไทยด้วย (คนละ 40 หยวน)
ออดิโอไกด์มี GPS ด้วย มันรู้ว่าเราอยู่ตรงไหน พอถึงจุดที่มีการบรรยาย มันก็จะดังขึ้นมาเองโดยเราไม่ต้องไปเซ็ตอะไรทั้งสิ้น เวิร์กมากๆ บอกเลย แถมมีแผนที่คร่าวๆ ให้เรารู้ด้วยว่าตอนนี้อยู่ที่ไหนแล้ว

IMG_9068
audio guide

 

วังกว้างใหญ่ไพศาลก็จริง แต่มนุษย์มีมากมายเหลือกำหนด ไม่ว่าจะเดินโต๋เต๋ไปทางไหนก็มีแต่ผู้คน ส่วนใหญ่ของวังเปิดให้เข้าชมฟรี ยกเว้นส่วนพวกของมีค่า Treasury Hall และตำนักซูสีไทเฮา ที่เก็บค่าเข้าชมเพิ่มนิดหน่อย (น่าจะสัก 20 หยวน) ในนั้นเราจะได้เห็นหยกก้อนเท่าช้าง แกะสลักเสลาเป็นภูเขางดงาม ต้นไม้ที่ทำจากมุกและเพชรนิลจินดา ยุคนี้คงประเมินค่ามิได้ รวมถึงห้องบรรทมขององค์ซูสีไทเฮาด้วย … ปกติวังต่างๆ จะทาด้วยสีแดงสด เล่นลายสดใสบนเพดาน ทว่าวังขององค์ซูสีไทเฮาท่านขรึมมาก เน้นสีน้ำตาลไม้ นึกว่าเป็นวังของเจ้าชาย! เพราะไม่มีความเป็นหญิงเอาซะเลย

 

ช่วงที่ไปเดือนเมษายน ดอกไม้บานสะพรั่งในวังต้องห้าม เดินไปทางไหนก็สวยงามอร่ามตา ปาจิงโกะไปหมด เพลิดเพลินมาก มาช่วงนี้ดีอีกอย่างคืออากาศกำลังเย็นสบาย ไม่หนาวจัด ไม่ร้อนไป

พอเดินจบ 5 ชม. คุณบูหันมาถามว่าเป็นไง ชอบไหม?
ก็คิดว่าดีนะ ที่ได้มาพระราชวังอภิอัครมหาสถานอันยิ่งใหญ่ ซึ่งมีประวัติยาวนานเกรียงไกร ทำให้พอจิ้นออกได้ว่าชีวิตในวังสมัยก่อนเขาหน้าตาเป็นแบบไหน

แต่สิ่งที่ผิดหวังนิดนึงคือข้าวของเครื่องใช้ชิ้นเล็กชิ้นน้อย มีจำนวนน้อยมากเมื่อเทียบกับขนาดวัง (ต้องยกความดีความชอบให้เช็งไคเช็กที่ขนทุกสิ่งไปไต้หวัน ไม่งั้นก็คงถูกทำลายไปมากกว่าที่เป็นอยู่) และสถาปัตยกรรมก็มีความสวยงาม มีรายละเอียดที่แตกต่างกันไปบ้างในแต่ละจุด ทำให้การเดินสนุกไม่น่าเบื่อ แค่ไปยืนกลางลานด้านหน้าสุด ก็รู้สึกได้เลยว่าเรามันตัวเล็กจิ๊ดเดียว ดังนั้นถ้าเป็นยุคก่อนจริง ๆเราคงคุกเข่ายบยอบสวามิภักดิ์ กษัตริย์ทั้งหลายที่อาศัยอยู่ในวังนี้เป็นแน่แท้

เดินเสร็จกลับออกมา…หิวโฮก

 

DSCF6286
The forbidden city
DSCF6297
The Forbidden City
DSCF6341
The Forbidden City

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s